การอธิบายและยกตัวอย่าง

2.การอธิบายและยกตัวอย่าง

1. ความหมายของคำว่า อธิบาย
       คำว่า อธิบายพจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  ..  2542  ( 2546 : 1324 ) ได้ให้ความหมายไว้ว่า  . ไขความ  , ขยายความ , ชี้แจง
       ฉะนั้นจึงพอสรุปได้ว่าการเขียนอธิบาย คือ  การเขียนไขความ  การเขียนขยายความ  หรือการเขียนชี้แจงนั่งเอง  ซึ่งเป็นการเขียนที่มุ่งให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่งอย่างถูกต้องชัดเจน  โดยมุ่งที่จะบอกว่าสิ่งนั้น ๆ มีลักษณะมีสภาพหรือข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร  ซึ่งผู้เขียนให้รายละเอียด  เหตุผล  ที่ชัดเจนน่าเชื่อถือ
2. วัตถุประสงค์ของการเขียนอธิบาย
      เพื่อให้ผู้อ่านได้รับความรู้และความเข้าใจ  ในเรื่องที่อธิบายอย่างละเอียด  ชัดเจน  ถูกต้อง  ตรงตามที่ผู้เขียนอธิบายต้องการ
3. วิธีการเขียนอธิบาย
       3.1 ในการเขียนอธิบายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  มีวิธีการเขียนที่แตกต่างกันออกไป  แล้วแต่เรื่องที่เขียนอธิบาย  เช่น  อาจอธิบายด้วยการให้คำจำกัดความอธิบายลำดับขั้นตอน  อธิบายด้วยการยกตัวอย่าง  อธิบายด้วยการเปรียบเทียบ  หรืออธิบายด้วยการชี้ถึงสาเหตุและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น  และในบางเรื่องอาจใช้การเขียนหลายๆ  วิธี รวมกันได้
       3.2 ใช้ภาษาเขียนง่าย ๆ ไม่ใช่คำศัพท์ที่ต้องแปลคำโดยไม่จำเป็น  เขียนให้กระชับ  ชัดเจน  อาจใช้ภาษาพูด มาเขียนอธิบายได้  เพื่อให้คล้ายกับการพูดคุยกัน  ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องที่จะอธิบายได้เร็วยิ่งขึ้น
       3.3 เขียนอธิบายอย่างตรงไปตรงมา  ไม่อ้อมค้อมวกวนสับสน  ถ้าเป็นการเขียนอธิบายการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องเขียนไปตามลำดับขั้นตอน
4. ตัวอย่างการเขียนอธิบาย
       4.1 การเขียนอธิบายตามลำดับขั้นตอน
ไข่ตุ๋นวุ้นเส้น  ต้นทุนต่ำทำกินแก้จน
       สูตรในการทำ  ไข่ตุ๋น  ที่เจ็กจุ่นขายในราคาโถละ  30  บาท  จะใช้ไข่ไก่  2  ฟอง  หมูสับ  50  กรัม  วุ้นเส้น  เห็นทอดหั่น  กระเทียมเจียว  ผักชี้  พริกชี้ฟ้าสุก  ( แดง )
       เขามีเทคนิคในการทำหรือปรุง  โดยเอาไข่ไก่ตีเข้ากับน้ำซุป  ( น้ำต้มกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ก็ได้ )  โดยใช้สูตรน้ำซุปครึ่งแก้วต่อไข่ไก่  2  ฟอง  ( มากไปไข่ตุ๋นเหลว  น้อยไปไข่ตุ๋นแข็งกระด้างไม่ดี )  ตีจนเข้ากัน  จากนั้นก็ใส่ซอส  ซีอิ๊วขาว  พริกไทย  ( ไม่ใส่น้ำปลาจะทำให้เกิดกลิ่นคาว )
       เมื่อเครื่องปรุงไข่ตุ๋นเสร็จแล้วเอาวุ้นเส้นใส่เข้าไปคนให้เข้ากัน  แล้วเอาเห็ดหอม  พริกชี้ฟ้า  ใส่เข้าไปคล้ายๆ กับโรยหน้าแล้วนำไปนึ่งในซึ้งนานประมาณ  20  นาที  ไข่ตุ๋นก็จะสุกพอดีรับประทานพอยกออกมาจากซึ้งแล้วโรยด้วยผักชี  ตักกินร้อนๆ อร่อยเป็นอาหารเสริมสุขภาพ
       ตามคำขวัญที่ว่า บริโภคไข่ไก่  พลานามัยสมบูรณ์  ( ข้อสำคัญอย่าใส่ผงชูรส )
                                                        ที่มา : ปัญญา  เจริญวงศ์. “ทำได้ไม่จน.” ไทยรัฐ, 21 กุมภาพันธ์ 2546 , หน้า 7
      4.2 การเขียนอธิบายโดยให้คำนิยาม
แมวป่า
       แมวป่า หรือ Jungle Cat  เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง  ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า  .. 2535  มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เสือกระต่าย  เพราะอาหารโปรดของเจ้าแมวป่า  คือ กระต่ายนั่นเอง  แมวป่ามีรูปร่างและเสียงร้องคล้ายแมวบ้าน  แต่มีขนาดใหญ่กว่า  ขายาวกว่าเล็กน้อย และมีหูตั้งยาว  นิสัยของเจ้าแมวชนิดนี้ชอบอยู่ตามป่าโปร่งที่มีต้นหญ้าสูง ๆ หรือ  ตามป่าละเมาะ  นอกจากนี้  มันยังชอบอยู่ใต้พุ่มไม้ใบหนา  หรือพุ่มไม้ริมน้า  แต่จะไม่ชอบที่จะขึ้นไปอยู่บนต้นไม้  แมวป่าเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางวัน  โดยมักจะกินสัตว์เล็กต่าง ๆ อาทิ เช่น  หนู  กิ้งก่า  กบ  เขียด  นก และกระต่าย  เจ้าแมวป่าจะมีอายุยืนประมาณ  10  ปีเศษ  โดยมันจะผสมพันธุ์ได้ก็ต่อเมื่ออายุประมาณ  2  ปี  ตั้งท้องประมาณ  66  วัน  ตกลูกครั้งละ  2 – 4  ตัว  และมีลูกได้ปีละ  2  ครั้ง
                        ที่มา : “ชีวิตสัตว์โลก.” ไทยรัฐ, 8 มิถุนายน 2546 , หน้า  13
      4.3 การเขียนอธิบายจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์
น้ำหวานเข้มข้นอันตราย
       นอกจากสิ่งและรสชาติอร่อยแล้วสีสันที่น่ารับประทานนับเป็นสัมผัสแรกที่เป็นแรงดึงดูดใจผู้บริโภค  สีที่ใช้ผสมอาหารตามท้องตลาดนั้น  มีด้วยกัน  3  ประเภท  คือ
       หนึ่ง  สีอินทรีย์  ที่ได้จากการสังเคราะห์ของสารเคมีประเภทต่างๆ
       สอง  สีอนินทรีย์  ได้จากผงถ่านที่ได้จากการเผาพืช  เช่น  สีดำจากกาบมะพร้าวเผา
       สาม  สีที่ได้จากธรรมชาติ  เช่น  สีแดงจากกระเจี๊ยบ  ครั่งหรือสีเขียวจากใบเตย
       เจ้าสีผสมอาหารที่อาจก่อปัญหาแก่ผู้บริโภค  คือ  สารอินทรีย์  เนื่องจากมีโครงสร้างมีแต่ละชนิด  มีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดสี  เช่น  ตะกั่ว  สารหนู  โครเมียม  สังกะสี  แต่ถ้าหากใช้ตามปริมาณที่กฎหมายกำหนดจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
       แต่หากผู้ผลิตอาหารใช้สีอินทรีย์มากเกินไป  ผู้บริโภคก็มีโอกาสได้รับโลหะหนักปริมาณมากขึ้น  ทำให้เกิดการสะสมในร่างการจนเป็นอันตรายได้ เช่น
       สารหนู  เมื่อเข้าสู่ร่างกายและสะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อ  กระดูก  ผิวหนัง  ตับ  ไต  จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเกิดความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โลหิตจาง
       ส่วนสารตะกั่ว  จะมีพิษต่อระบบประสาททั้งแบบเฉียบพลัน  และเรื้อรัง
วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างน้ำหวานเข้มข้นจำนวน  6  อย่างเพื่อวิเคราะห์หาปริมาณของสีสังเคราะห์ปรากฏว่ามี  3  ตัวอย่าง  ที่พบว่ามีปริมาณของสีผสมอาหารเกินข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข
ที่กำหนดให้อาหารประเภทเครื่องดื่ม  ไอศกรีม  ลูกกวาด  และขนมหวาน  เดิมสีปองโซ  4  อาร์  ( สีแดง )
ได้ไม่เกิน  50  มิลลิกรัมต่ออาหารในลักษณะที่จะใช้บริโภค  1  กิโลกรัม
       เห็นอย่างนี้แล้วอดห่วงผู้บริโภคและเด็กไม่ได้  เพราะปัจจุบันน้ำหวานเข้มข้นที่มีให้เลือกหลากสีสัน  กำลังเป็นที่นิยมและมีขายอยู่ทั่วไปคงต้องฝากผู้ผลิตทั้งหลายว่าควรระมัดระวังการใช้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
       ส่วนผู้บริโภคเองก็ต้องสังเกตสักนิด  น้ำหวานเข้มข้นหรืออาหารที่มีสีฉูดฉาดเกินไป  หากเลี่ยงได้ก็จะดี
ที่มา : มันมากับอาหาร : น้ำหวานเข้มข้นอันตราย.” ไทยรัฐ, 20  มิถุนายน 2546, หน้า 7.
       4.4 การเขียนอธิบายโดยใช้ตัวอย่าง
       การปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้งามสมดังใจปรารถนานั้น  ผู้ ปลูกต้องศึกษาลักษณะธรรมชาติการเจริญเติบโตของต้นไม้แต่ละชนิดให้ถ่องแท้ ก่อนแล้วจึงปลูกและบำรุงรักษาให้ตรงกับลักษณะธรรมชาตินั้น ๆ ตัวอย่าง  เช่น  หากจะปลูกบอนสีต้องรู้ว่าบอนสีต้องการความชื้นสูง  ไม่ชอบแสงแดดจัด  เจริญงอกงามในที่ร่มรำไร  ดังนั้นเวลาปลูก  จึงต้องปลูกในที่ร่มรำไร  และให้น้ำมากจนชุ่มพอ  บอนสีจึงจะงามสมดังใจผู้ปลูก  หากจะปลูกกุหลาบต้องทราบว่ากุหลาบเป็นต้นไม้ชอบแดดจัด  ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี  ดังนั้นผู้ปลูกกุหลาบก็ต้องวางกระถางหรือปลูกด้วยหญ้าไซแห้งแช่น้ำจนชุ่มจึงจะเจริญงอกงาม  หากจะปลูกต้นไม้ประเภทแคคตัส  ก็ต้องทราบว่าต้นไม้ต้องการน้ำน้อยชอบแสงแดดมาก  การดูแลรักษา  จึงฉีดน้ำฝอยให้ก็เพียงพอ  หากรดน้ำทุกวันเช่นต้นไม้อื่น  แคคตัสจะเน่าตายหมด
ตัวอย่าง : การเขียนอธิบาย
เรื่อง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์  หรือ อี-บุ๊ก (B-book)”
       E-book หนังสือไฮเทค
       นักวิจัยจากฮิวเลทท์ แพ็กการ์ด  ได้พัฒนาวิทยาการใหม่ซึ่งเป็นต้นแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-  บุ๊ก  ที่ย่อมาจาก Eletronic  book  มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าขนาดของหนังสือนัก  แต่บรรจุข้อมูลได้มากมาย  เรียกว่าเป็นห้องสมุดขนาดย่อมได้เลยทีเดียว  อี- บุ๊ก  มีขนาดหนาเพียง  1 ซม.  ดูๆ ไปก็คล้ายกับคอมพิวเตอร์มือถือ  นักวิจัยที่พัฒนาอี- บุ๊กนี้  กล่าวว่า  พวกเราพยายามค้นหาสิ่งที่เหมือนหนังสือที่จะให้ข้อมูลแกผู้บริโภคมากที่สุด จึงได้พัฒนามาเป็นอี-บุ๊ก  สิ่งประดิษฐ์ขนาดเล็กที่ใช้คอมพิวเตอร์ตามมาตรฐาน  USB ”
       อี- บุ๊ก  เป็นหนังสือไฮเทคที่นอกจากจะบรรจุข้อมูลได้มากเหมือนห้องสมุดที่มีหนังสือเป็นร้อย ๆ เล่มแล้ว  การใช้งานยังง่ายอีกด้วย  โดยใช้ระบบสัมผัสทางหน้าจอ  ซึ่งเวลาอ่านอี บุ๊ก  คนอ่านก็สามารถเปลี่ยนหรือพลิกหน้าหนังสือง่ายกว่าอ่านหนังสือของจริงเสียอีก  เพียงแต่แตะบริเวณแถบริ้วยาว
       ด้านหน้าเท่านั้นเครื่องก็จะเปลี่ยนหน้าทันที  นอกจากนี้  ยังสามารถซูมบริเวณเรื่องที่อยากอ่านให้ชัดเจนได้อีกด้วย  แต่ปัญหาหลักของอี -  บุ๊ก  อยู่ที่ว่าหน้าจอเป็นคอมพิวเตอร์  ซึ่งถ้าใช้เวลาอ่านไปนานๆ แล้ว ทำให้เกิดอาการปวดตาได้
       ที่มา : วิทยาการเด็ก : E-book หนังสือไฮเทค.” ไทยรัฐ, 31  สิงหาคม  2546 , หน้า 13.